สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน — พบ 30 รายการ
| รูปภาพ | รหัสพรรณไม้ | ชื่อพื้นเมือง | ชื่อวิทยาศาสตร์ | ชื่อวงศ์ | ลักษณะวิสัย | ลักษณะเด่น | บริเวณที่พบ | จัดการ |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
|
DMF-0001 |
มะม่วง
|
Mangifera indica L.
|
Anacardiaceae | ไม้ยืนต้น |
ผลสดแก่ รับประทานแก้คลื่นไส้อาเจียน วิงเวียน กระหายน้ำ ผลสุก หลังรับประทานแล้วล้างเมล็ดตากแห้ง ต้มเอาน้ำดื่ม หรือบดเป็นผง รับประทานแก้ท้องอืดแน่น ขับพยาธิ ใบสด 15–30 กรัม ต้มเอาน้ำดื่ม แก้ลำไส้อักเสบเรื้อรัง ท้องอืดแน่น เอาน้ำต้มล้างบาดแผลภายนอกได้ เปลือกต้น ต้มเอาน้ำดื่ม แก้ไข้ตัวร้อน เปลือกผลดิบ คั่วรับประทานร่วมกับน้ำตาล แก้อาการปวดเมื่อยเมื่อมีประจำเดือน แก้ปวดประจำเดือน
|
หลังโรงอาหาร
|
|
|
DMF-0002 |
มะไฟ
|
Baccaurea ramiflora
|
Phyllanthaceae | ไม้ยืนต้น |
มะไฟกินสุกเป็นผลไม้สด ทำน้ำผลไม้ ผลอ่อนนำไปแกง ผลมะไฟช่วยให้ชุ่มคอ ขับและละลายเสมหะ เปลือกต้มแก้โรคผิวหนัง ชาวกะเหรี่ยงนำยอดอ่อนไปใส่แกงปลา มีรสเปรี้ยว
|
หน้าโรงเรียน สนามเด็กเล่น
|
|
|
DMF-0003 |
มะขามเทศ
|
Pithecellobium dulce
|
FABACEAE | ไม้ยืนต้น |
มะขามเทศเป็นผลไม้ที่ใช้กินผลสด มีการปลูกเป็นการค้า นำมาประกอบอาหารได้ ชาวมอญนำมะขามเทศชนิดรสฝาดไปแกงส้ม ในทางยา เปลือกต้นแก้ท้องร่วง รักษาแผลในปาก ฟันผุ
|
บริเวณหลังโรงอาหารโรงเรียน
|
|
|
DMF-0004 |
มะขาม
|
Tamarindus indica L.
|
Leguminosae - Caesalpinioideae | ไม้ยืนต้น |
ไม้ต้นขนาดกลางจนถึงขนาดใหญ่แตกกิ่งก้านสาขามาก เปลือกต้นขรุขระและหนา สีน้ำตาลอ่อน ใบ เป็นใบประกอบ ใบเล็กออกตามกิ่งก้านใบเป็นคู่ ใบย่อยเป็นรูปขอบขนาน ปลายใบและโคนใบมน ดอก ออกเป็นช่อเล็กๆ ตามปลายกิ่ง หนึ่งช่อมี 10-15 ดอก ดอกย่อยขนาดเล็ก กลีบดอกสีเหลืองและมีจุดประสีแดงอยู่กลางดอก ผล เป็นฝักยาว รูปร่างยาวหรือโค้ง ยาว 3-20 ซม. ฝักอ่อนมีเปลือกสีเขียวอมเทา สีน้ำตาลเกรียม เนื้อในติดกับเปลือก เมื่อแก่ฝักเปลี่ยนเป็นเปลือกแข็งกรอบหักง่าย สีน้ำตาล เนื้อในกลายเป็นสีน้ำตาลหุ้มเมล็ด เนื้อมีรสเปรี้ยว และหวาน
ส่วนที่ใช้ : ราก เปลือก ทั้งต้น แก่น ใบ เนื้อในฝัก ฝักดิบ เมล็ด เปลือกเมล็ด ดอกสด
|
บริเวณสวนติดสนามวอลเล่ย์บอล
|
|
|
DMF-0005 |
ผักหวานป่า
|
Melientha suavis Pierre
|
Opiliaceae | ไม้ยืนต้น |
ผักหวานป่าสามารถจำแนกออกได้เป็น 2 สายพันธุ์ คือ พันธุ์ยอดเหลืองและพันธุ์ยอดเขียว โดยพันธุ์ยอดเขียวจะเจริญเติบโตได้ดีกว่าและเร็วกว่าพันธุ์ยอดเหลือง และลักษณะโดยรวมของทั้งสองสายพันธุ์ก็ดูจะไม่มีความแตกต่างกันมากนัก ไม่ว่าจะเป็นทรงพุ่ม กิ่ง และแขนงใบ หากไม่สังเกตดี ๆ ก็จะมองไม่ออก มีคนสงสัยกันว่าผักหวานป่ากับผักหวานบ้านนั้นเป็นพืชชนิดเดียวกันหรือไม่ คำตอบก็คือพืชทั้งสองชนิดนี้ไม่ได้มีความสัมพันธ์หรือเป็นพืชในตระกูลเดียวกันแม้แต่น้อย เพียงแต่มีชื่อเรียกที่พ้องกันเท่านั้น
|
หน้าห้องอนุบาล2 และด้านข้างอาคารเอนกประสงค์
|
|
|
DMF-0006 |
ปาล์มฟอกซ์เทล
|
Wodyetia bifurcata
|
Wodyetia | ไม้ยืนต้น |
ปาล์มฟอกซ์เทลมีชื่ออื่น ได้แก่ ปาล์มหางกระรอก ปาล์มหางจิ้งจอก และปาล์มหางหมาป่า เป็นปาล์มที่ทนต่อสภาพดินและอากาศที่หลากหลาย ปาล์มฟอกซ์เทลเหมาะสำหรับปลูกกลางแจ้ง ต้องการน้ำปานกลาง ขยายพันธุ์ได้ด้วยการเพาะเมล็ดแก่ที่สุกงอมสีแดงหรือเมล็ดที่สีเลือดนก แดงเข้มอมน้ำตาล ได้เพียงวิธีเดียวเท่านั้น เหมือนพืชใบเลี้ยงเดี่ยวระบบลักษณะรากฝอยวงศ์ปาล์มเหมือนกัน เช่น มะพร้าว และไม่สามารถขยายพันธ์ุโดยใช้วิธีทาบกิ่งแบบพืชใบเลี้ยงคู่ระบบลักษณะรากแก้ว เช่น มะม่วง มังคุด มะขาม หรือใช้วิธีแยกหน่อ ในแบบพืชใบเลี้ยงเดี่ยวระบบรากแขนง วงศ์หัวใต้ดินเช่น กล้วย หรือ ขิง ก็ไม่ได้เช่นกัน ระยะเวลางอกนั้นเมื่อสภาวะแวดล้อมจำเพาะเหมาะสมที่ถูกกำหนดไว้โดยจีโนมร่วมในสปีชี่ส์เดียวกัน วงศ์ปาล์ม, หมาก และ มะพร้าว ค่าเฉลี่ยทุกสกุล (ค่ามัธยฐาน) ใช้เวลาจนสามารถแทงรากจนงอกใบขึ้นได้สำเร็จนั้นใช้เวลาทั้งสิ้น 90–120 วัน หรือจนข้ามผ่านฤดูฝนไปก่อน (หนึ่งฤดูคือ 4 เดือน 12 เดือนเป็นหนึ่งปีดังนั้นจึงมี 3 ฤดู) จะงอกผลเป็นต้นอ่อนขึ้นใหม่
|
บริเวณหน้าห้องสมุด หน้าเสาธง หลังป้ายโรงเรียน
|
|
|
DMF-0007 |
กันเกรา
|
Fagraea fragrans Roxb.
|
LOGANIACEAE | ไม้ยืนต้น |
ประโยชน์ได้แก่ เนื้อไม้สีเหลืองอ่อน เสี้ยนตรง เนื้อละเอียด เหนียว แข็ง ทนทาน ใช้ในการก่อสร้าง นิยมใช้ทำเสาเรือน แก่นมีรสฝาดใช้เข้ายาบำรุงธาตุ แน่นหน้าอก เปลือกใช้บำรุงโลหิต ผิวหนังพุพอง ปลูกเป็นไม้ประดับ ลักษณะลำต้นที่สวยงามทั้งลวดลายของเปลือกและเนื้อไม้ เหมาะแก่การนำไปใช้ประโยชน์ทำเครื่องเรือนและเครื่องใช้ต่าง ๆ มีน้ำมันหอมระเหยที่เปลือก
|
หน้าโรงเรียน บริเวณสนามเด็กเล่น
|
|
|
DMF-0008 |
ยางพารา
|
Hevea brasiliensis
|
Euphorbiaceae | ไม้ยืนต้น |
ยางแห้ง (ยางแผ่นรมควัน ยางแท่ง ยางเครพ ยางแผ่นผึ่งแห้ง และยางสกิม)
ยางน้ำ (น้ำยางข้น หรือยางลาเท็กซ์) ก่อนจะนำไปแปรรูปในขั้นต่อไปซึ่งจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่เราพบได้ในชีวิตประจำวัน ยกตัวอย่างเช่น ยางสำหรับประกอบยานพาหนะ ยางยืดและยางรัดของ ถุงมือยางทางการแพทย์ รองเท้าและอุปกรณ์กีฬา สายพานลำเลียง ผลิตภัณฑ์ฟองน้ำ เป็นต้น
|
หน้าโรงเรียน บริเวณสนามเด็กเล่น
|
|
|
DMF-0009 |
ก้ามปู จามจุรี
|
Samanea saman (Jacq.) Merr.
|
LEGUMINOSAE-MIMOSOIDEAE | ไม้ยืนต้น |
ประโยชน์ : ปลูกเป็นไม้ประดับทั่วไปในเขตร้อนทั่วโลก ปลูกไว้สำหรับให้ร่มเงาได้ดี ทางภาคเหนือปลูกกันมากเพื่อใช้เลี้ยงครั่ง ฝักแก่มีรสหวานวัวควายชอบกิน เนื้อไม้ใช้แกะสลักได้
|
บริเวณสนามเด็กเล่น ใกล้ห้องสมุด
|
|
|
DMF-0010 |
อินทนิล
|
Lagerstroemia speciosa (L)
|
LYTHRACEAE | ไม้ยืนต้น |
ต้น :ลำต้นเหนือดิน ตั้งตรงได้เอง ผิวแตกเป็นเส้น เห็นข้อปล้อง สีน้ำตาลไหม้ ไม่มียาง
ใบ :ใบเดี่ยวเรียงสลับ สีเขียว เห็นลายเส้นชัดเจน รูปรี ปลายใบแหลมติ่ง โคนใบแหลม ขอบใบเรียบ
ดอก :ออกดอกเป็นช่อที่ปลายยอด มีสีม่วงแกมขาว กลีบเลี้ยงติดกัน กลีบดอกแยกกัน 6 กลีบ
ผล :ผลเดี่ยว เมื่อแก่แล้วจะแตก สีเขียวแกมเทา และสีน้ำตาลไหม้ กลมรี รับประทานไม่ได้
เมล็ด :ในผลหนึ่งมี 6 เมล็ด
|
บริเวณข้างสนามฟุตบอล
|
|
|
DMF-0011 |
ต้นพิกุล
|
Mimusops elengi L.
|
Sapotaceae | ไม้ยืนต้น |
ลักษณะใบ: ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่หรือรูปรี ปลายแหลม ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย แผ่นใบค่อนข้างหนาและเหนียว
ลักษณะดอก: ออกเป็นกระจุกตามซอกใบ ดอกเล็กสีขาวนวล กลิ่นหอมเย็น ดอกบานเพียงวันเดียวแต่กลิ่นหอมยังคงอยู่แม้ตากแห้ง
ผล: ผลสุกสีแดงอมส้ม รับประทานได้
การปลูก: ชอบแสงแดดจัดตลอดวัน ทนแล้งและทนน้ำท่วมขังได้ดี โตช้าแต่เลี้ยงง่าย
ความเชื่อ: คนไทยเชื่อว่าเป็นไม้ที่มีเทวดารักษา ปลูกไว้ทิศตะวันตกเฉียงเหนือช่วยให้อายุยืนยาวแข็งแรง
ประโยชน์ทางยา: ดอกใช้เป็นส่วนประกอบในพิกัดเกสรทั้งห้า เข้ายาหอมบำรุงหัวใจ บำรุงโลหิต แก้ปวดหัว และขับเสมหะ
การใช้ประโยชน์: ปลูกเป็นไม้ให้ร่มเงาตามริมถนน ลานจอดรถ หรือในสวน เนื่องจากมีพุ่มใบหนาทึบ
|
สวนหย่อมติดสนามฟุตบอล
|
|
|
DMF-0012 |
ต้นโมก
|
Wrightia religiosa
|
Apocynaceae | ไม้พุ่ม |
ลักษณะเป็นไม้พุ่มไม่ผลัดใบ ความสูงประมาณ 1-3 เมตร เปลือกต้นไม้สีน้ำตาลเข้ม มีจุดสีขาวประอยู่ทั่วไป ทุกส่วนมีน้ำยางขาว มักแตกกิ่งต่ำใกล้ดิน ส่วนใบเป็นใบเดี่ยวรูปไข่ ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบ เนื้อใบบาง มีดอกสีขาวออกตามซอกใบ ขนาดเล็กความกว้างประมาณ 2 เซนติเมตร มีกลิ่นหอมเย็น โดยจะส่งกลิ่นแรงตอนค่ำมากกว่าตอนกลางวัน หากเป็นดอกชั้นเดียวจะเรียกว่า โมกลา แต่ถาหากมีกลีบดอกหลายชั้นจะเรียกว่า โมกซ้อน สามารถออกดอกได้ตลอดทั้งปี แต่จะออกดอกเยอะเป็นพิเศษในช่วงฤดูหนาว นอกจากนี้ยังมีผลเป็นฝักคู่ สามารถนำไปเพาะพันธุ์ต่อได้
ต้นโมก มีประโยชน์มากมายเลยทีเดียว นอกจากจะเป็นต้นไม้มงคลแล้ว ยังปลูกทำรั้วต้นไม้บังสายตา และเพิ่มร่มเงาให้กับบ้านได้อีกด้วย ในขณะเดียวกันยังสามารถนำดอกไม้สกัดกลิ่นทำเป็นน้ำอบและน้ำปรุงได้อีกด้วย ที่สำคัญส่วนต่าง ๆ ของต้นโมกยังมีสรรพคุณทางยาช่วยบรรเทาอาการป่วยได้อีกด้วย อาทิ เปลือกต้นใช้แก้ไข้พิษ เมล็ดในใช้แก้ไข้ แก่นแก้โรคกลาก และใช้รากช่วยขับเลือด เป็นต้น
เรียกได้ว่า ต้นโมก เป็นต้นไม้จัดสวนน่าปลูกอีกหนึ่งชนิด เพราะนอกจากจะเป็นต้นไม้มงคลความหมายดี ที่เสริมสิริมงคลให้ผู้อาศัยแล้ว ยังเป็นต้นไม้ที่ดอกกลิ่นหอมเย็น ทำให้บรรยากาศบริเวณบ้านน่าอยู่ขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณทางยาอีกด้วย
|
สวนหย่อมติดสนามฟุตบอล
|
|
|
DMF-0013 |
ต้นแคนา
|
Dolichandrone serrulata (DC.) Seem.
|
Bignoniaceae | ไม้ยืนต้น |
รากใช้เป็นยาช่วยบำรุงโลหิต
ดอก ช่วยอาการนอนไม่หลับ
เมล็ด แก้โรคลมชัก
ดอก สามารถใช้เป็นยาแก้ไข้
ดอก เป็นยาช่วยขับถ่าย
ใบ ใช้ตำพอกรักษาแผล
เปลือกลำต้น ใช้เป็นยาแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ
|
บริเวณ สนามฟุตบอล ฝั่งทิศตะวันออก
|
|
|
DMF-0014 |
สัก
|
Tectona grandis
|
Lamiaceae | ไม้ยืนต้น |
สรรพคุณของต้นสัก ใบ รับประทานเป็นยาลดน้ำตาลในเลือด , บำรุงโลหิต รักษาประจำเดือนไม่ปกติ แก้พิษโลหิต , ขับลม ขับปัสสาวะ แก้ทางเดินปัสสาวะอักเสบ , ทำยาอม แก้เจ็บคอ เนื้อไม้ รับประทานเป็นยา ขับลม ขับปัสสาวะ ได้ดีมาก ใช้แก้บวม , บำรุงโลหิต แก้ลมในกระดูก แก้อ่อนเพลีย , แก้ไข้ คุมธาตุ , ขับพยาธิ รักษาโรคผิวหนัง เปลือก ฝาดสมาน ดอก ขับปัสสาวะ
ประโยชน์ของต้นสัก ไม้สักทองเป็นไม้โตเร็วปานกลางและเป็นไม้เนื้อแข็ง ที่มีลักษณะพิเศษกว่าไม้ชนิดอื่น โดยเฉพาะเนื้อไม้ มอด ปลวก และแมลง ไม่ทำอันตราย เนื้อไม้มีสีเหลืองทอง ลวดลายสวยงาม เลื่อยไสกบตบแต่งง่าย จึงนิยมใช้ทำบ้านเรือนที่ต้องการความสวยงาม ในสมัยโบราณไม้สักทองหาง่าย ราคาไม่แพง การสร้างบ้านเรือน ใช้ไม้สักทองทำเสาเรือนด้วย เพราะมีความทนทาน สามารถอยู่ในดินได้เป็นเวลานานๆ ปัจจุบันไม้สักทองหายากและมีราคาแพง จึงต้องใช้ไม้สักทองอย่างประหยัด และคุ้มค่า โดยนำไม้สักทองมาเข้าเครื่องฝานเป็นแผ่นบางๆ เพื่อทำเป็นไม้อัดแทนการใช้ไม้สักทั้งแผ่น นอกจากนี้ ยังนำไม้ขนาดเล็ก เศษไม้ ปลายไม้ มาใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ แกะสลัก ปาร์เก้ โมเสค วงกบ กรอบและบานประตูหน้าต่าง อย่างไรก็ตามในขณะที่ไม้สักทองในป่าธรรมชาติ กำลังจะหมดไป รัฐบาลก็มีนโยบาย ส่งเสริมให้เอกชนปลูกไม้สักทองจากสวนป่าที่ปลูกขึ้นมาใช้แทนกันได้ แม้ว่า ไม้สักที่ปลูกจะมีลวดลายไม่สวยงามเหมือนไม้สักทองในป่าธรรมชาติ แต่ก็มีความแข็งแรงทนทานเหมือนกัน
|
หลังอาคารรวงผึ้ง
|
|
|
DMF-0015 |
พยูง
|
Dalbergia cochinchinensis
|
Fabaceae | ไม้ยืนต้น |
ตำรับยาพื้นบ้านอีสานจะใช้เปลือกต้นหรือแก่นพะยูง นำมาผสมกับแก่นสนสามใบ แก่นขี้เหล็ก และแก่นแสมสาร ใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้มะเร็ง (เปลือกต้น, แก่น)
รากใช้กินเป็นยารักษาอาการไข้พิษเซื่องซึม (ราก)
เปลือกนำมาต้มเอาแต่น้ำ ใช้เป็นยาอมรักษาโรคปากเปื่อย ปากแตกระแหง (เปลือก)
ยางสดใช้เป็นยาทาปาก รักษาโรคปากเปื่อย (ยางสด)
ยางสดใช้ทาแก้เท้าเปื่อย (ยางสด)
ประโยชน์ของพะยูง
ผลใช้ทำเป็นไม้ประดับแห้งได้
ไม้พะยูง เนื่องจากพะยูงมีเนื้อไม้ที่มีสีสันและลวดลายสวยงามไม้พยุง จนถือได้ว่าเป็นไม้ที่มีราคาแพงที่สุดชนิดหนึ่งในตลาดโลก (แพงกว่าไม้สักหลายเท่า) เป็นที่ต้องการของตลาดโลก โดยเฉพาะจีน สิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน จนนำไปสู่ปัญหาใหญ่ภายในประเทศคือการลักลอบตัดไม้พะยูงเพื่อส่งออก (เบื้องต้นอยู่ที่ราคากิโลกรัมละ 800 บาท คิวละ 2-6 แสนบาท (ในขณะที่ไม้สักคิวละประมาณ 3-5 หมื่นบาท) แต่ถ้าส่งออกจะมีราคาแพงขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว) เพราะเนื้อไม้พะยูงเป็นไม้ที่ละเอียดเหนียว มีความแข็งแรงทนทาน และชักเงาได้ดี มีน้ำมันในตัว นิยมนำมาใช้ในการทำเครื่องเรือน เครื่องใช้ ทำสิ่งประดิษฐ์ งานแกะสลัก ไม้ถือและด้ามเครื่องมือ ที่มีคุณภาพดีและราคาแพง นอกจากนี้ยังนำมาใช้ทำส่วนต่าง ๆ ของเกวียน ทำกระบะยนต์ ด้ามหอก คันธนู หน้าไม้ กระสวยทอผ้า ใช้ทำเป็นเครื่องดนตรี เช่น ซออู้ ซอด้วง ขลุ่ย รำมะนา ลูกระนาด โทน ฯลฯ หรือใช้ทำเป็นวัตถุมงคลและของแต่งบ้านชิ้นเล็ก ๆ เช่น เทพเจ้า ฮก ลก ซิ่ว ตัวปี่เซียะ เป็นต้น ในปัจจุบันไม้พะยูงจัดเป็นไม้สงวน หากใครมีไว้ในครอบครองจะถือว่ามีความผิด (มีสถานภาพเป็นไม้หวงห้ามธรรมดาประเภท ก) เนื่องจากในเวลานี้ไม้พะยูงถือว่าเหลือเฉพาะในประเทศไทยเพียงแห่งเดียวในโลกเท่านั้น และกำลังเผชิญกับสภาวะที่ล่อแหลมต่อการสูญพันธุ์ ส่วนในประเทศอื่น ๆ อย่างประเทศลาวที่เคยมีมากก็หมดไปแล้ว ส่วนสาเหตุที่คนไทยไม่ใช้ประโยชน์จากไม้พะยูงมากเท่าใดนัก ก็คงเป็นเพราะไม้ชนิดนี้มีราคาสูงมากบวกกับคนไทยมีความเชื่อบางอย่าง ที่เชื่อว่าไม้พะยูงเป็นของสูง ผู้ที่มีบารมีไม่ถึงไม่สมควรเอามาใช้ เพราะจะมีปัญหาภายหลัง (ยกเว้นเอามาทำเป็นหิ้งพระ) ด้วยเหตุนี้คนไทยจึงไม่นิยมนำไม้พะยูงมาทำเป็นไม้กระดาน บันไดบ้าน และเตียงนอน ใช้เพียงแต่ทำรั้วบ้านเท่านั้น
ประโยชน์ของไม้พะยูงกับการเลี้ยงครั่ง ไม้พะยูง เป็นไม้ที่สามารถนำมาเลี้ยงครั่งได้ดีชนิดหนึ่ง โดยสามารถให้ผลผลิตสูงถึงต้นละประมาณ 50 กิโลกรัม และทำให้ครั่งได้มาตรฐานจัดอยู่ในเกรดเอ
ต้นพะยูงจัดเป็นไม้มงคลนาม ตามชื่อที่พ้องกับคำว่า “พยุง” ที่หมายถึง การประคองให้อยู่ในสภาพปกติ ช่วยให้ทรงตัวได้ จึงมีความเชื่อว่า หากบ้านใดปลูกต้นพะยูงไว้เป็นไม้ประจำบ้าน จะทำให้บุคคลในบ้านมีแต่ความเจริญ มีฐานะดีขึ้น ช่วยทำให้ชีวิตไม่ตกต่ำ ช่วยพยุงให้โชคดีมีชัย และต้นพะยูงยังจัดเป็นไม้มงคลที่ใช้ในการก่อสร้างอาคารหรือก่อฐานประดิษฐ์วัตถุต่าง ๆ เช่น ในการนำมาใช้ในพิธีวางศิลาฤกษ์ และเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อยู่อาศัย ควรปลูกต้นพะยูงในวันเสาร์ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เพราะโบราณเชื่อว่าการปลูกไม้เพื่อเอาคุณให้ปลูกในวันเสาร์ ถ้าจะให้เป็นสิริมงคลแก่ตัวผู้ปลูก ผู้ปลูกควรเป็นสุภาพบุรุษ เพราะพยุงเป็นชื่อที่เหมาะสำหรับสุภาพบุรุษ อีกทั้งแก่นไม้พยุงก็มีความแข็งแกร่งทนทานจึงเปรียบเทียบได้กับความแข็งแรงของสุภาพบุรุษนั่นเอง นอกจากนี้พะยูงยังจัดเป็น 1 ใน 9 ของไม้มงคลไทยอีกด้วย ซึ่งประกอบไปด้วย ราชพฤกษ์, ชัยพฤกษ์, ขนุน, ทองหลาง, ทรงบาดาล ไผ่สีสุก, สัก, กันเกรา, และพะยูง
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ สามารถปลูกเป็นไม้ประดับเพื่อให้ร่มเงาที่สาธารณะหรือในบริเวณบ้านได้ เนื่องจากมีพุ่มใบละเอียดและมีดอกหอม
|
หลังอาคาร รวงผึ้ง
|
|
|
DMF-0016 |
หูกวาง
|
Terminalia catappa L.
|
COMBRETACEAE | ไม้ยืนต้น |
ลำต้นตรง เปลือกเรียบ กิ่งก้านแผ่ราบเป็นชั้นๆ คล้ายฉัตร
ใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับหนาแน่นปลายกิ่ง รูปไข่กลับ ใบหนา ผลัดใบสีแดงส้มก่อนร่วง ผลเป็นรูปไข่ป้อมแบนเล็กน้อย มีขอบสัน
|
บริเวณในโรงเรียน/แหล่งธรรมชาติ
|
|
|
DMF-0017 |
แผ่บารมี,หูกระจง
|
Terminalia ivorensis A.Chev
|
COMBRETACEAE | ไม้ยืนต้น |
ลำต้น: ไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ เปลือกสีน้ำตาลอมเหลืองหรือน้ำตาลเข้ม ผิวขรุขระแตกตามยาว
ทรงพุ่ม: แผ่กิ่งก้านเป็นชั้นๆ แนวราบตั้งฉากกับลำต้น
ใบ: ใบเดี่ยวขนาดเล็ก ทรงไข่กลับ ออกหนาแน่นที่ปลายกิ่ง
ดอก: ดอกสีขาวขนาดเล็ก ออกเป็นช่อตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง
ผล: ผลขนาดเล็ก สีเขียว มีปีกบางๆ ล้อมรอบ
|
บริเวณในโรงเรียน/แหล่งธรรมชาติ
|
|
|
DMF-0018 |
การเวก
|
Artabotrys siamensis Miq.
|
Annonaceae | ไม้เถาเนื้อแข็ง |
ลำต้น: ไม้เถาเนื้อแข็งขนาดใหญ่ แตกกิ่งก้านหนาแน่น มีมือเกาะเป็นขอเกี่ยวโค้ง
ใบ: ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปรีหรือขอบขนาน ผิวใบเรียบมัน สีเขียวเข้ม ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ
ดอก: ดอกเดี่ยวหรือคู่ ออกบนก้านช่อโค้งที่เป็นตะขอ ดอกสีเขียวเมื่อบานเปลี่ยนเป็นสีเหลือง กลีบดอกแข็งและหนา 6 กลีบ เรียง 2 ชั้น กลีบชั้นนอกสั้นกว่า กลีบมีขนเล็กน้อย ดอกมีกลิ่นหอมตลอดวันและหอมมากในตอนกลางคืน
ผล: เป็นผลกลุ่ม ผลย่อยรูปรี ปลายมีติ่งแหลม ผลแก่สีเหลืองเข้ม ผิวเกลี้ยง
|
บริเวณในโรงเรียน/แหล่งธรรมชาติ
|
|
|
DMF-0019 |
จาน,ทองกวาว
|
Butea monosperma
|
Fabaceae | ไม้ยืนต้น |
ลักษณะวิสัย: ไม้ยืนต้นขนาดกลาง ผลัดใบ สูง 8-15 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มกลมทึบ
ลำต้น: มักคดงอ แตกกิ่งต่ำ เปลือกต้นสีเทาคล้ำ แตกเป็นร่องตื้นๆ
ใบ: เป็นใบประกอบแบบขนนก มีใบย่อย 3 ใบ (Pinnately trifoliate) แผ่นใบหนา ใบย่อยที่ปลายมีขนาดใหญ่ที่สุด รูปป้อมหรือรูปไข่กลับ
ดอก: ออกเป็นช่อตามกิ่งก้าน ดอกรูปถั่ว (Papilionaceous flower) มี 5 กลีบ สีส้มแดงเข้มหรือสีเหลือง (Golden teak) ก้านดอกสั้น ออกดอกช่วงเดือนมกราคม - มีนาคม
ผล: เป็นฝักแห้ง รูปขอบขนาน ผิวมีขนละเอียด แตกฝักเมื่อแก่
ประโยชน์และสรรพคุณ
ประโยชน์: ปลูกเป็นไม้ประดับให้ร่มเงา ดอกนิยมใช้ย้อมสีผ้า
สมุนไพร: ใบตำพอกแก้ฝี ดอกถอนพิษไข้ ขับปัสสาวะ เมล็ดขับพยาธิ
|
บริเวณในโรงเรียน/แหล่งธรรมชาติ
|
|
|
DMF-0020 |
สับปะรดสี
|
Bromeliad
|
BROMELIACEAE | ไม้พุ่มเตี้ย |
ลักษณะลำต้น: เป็นไม้พุ่มเตี้ย ลำต้นจริงสั้นมากจนดูเหมือนใบกระจุกออกมารอบๆ
ใบ: ใบแข็ง รูปแถบหรือหอก แผ่ออกเป็นวง (Rosette) ใบมีสีสันสดใส เช่น แดง ชมพู เหลือง ขาว หรือมีลายลายบนใบ บางชนิดมีหนามตามขอบใบ
ราก: เป็นรากฝอย ระบบรากอากาศ อิงอาศัยเกาะตามคาคบไม้หรือหิน
ดอก: ดอกมักจะออกตรงกลางต้น โดยมีใบประดับ (Bract) ที่มีสีสันสวยงามและทนทานกว่าดอก
|
บริเวณในโรงเรียน/แหล่งธรรมชาติ
|