CSV PDF
รูปภาพ รหัสพรรณไม้ ชื่อพื้นเมือง ชื่อวิทยาศาสตร์ ชื่อวงศ์ ลักษณะวิสัย ลักษณะเด่น บริเวณที่พบ จัดการ
จำปา DMF-0021
จำปา
Michelia champaca L.
MAGNOLIACEAE ไม้พุ่ม
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ต้น สูง 15-30 เมตร ลำต้นเปลาตรง ทรงพุ่มโปร่งเป็นรูปกรวยคว่ำ สำหรับต้นที่ปลูกเลี้ยงเป็นไม้ดอกไม้ประดับกันอยู่ทั่วไปนั้น เป็นการคัดเลือกตามธรรมชาติจากต้นที่มีขนาดเล็ก แต่มีดอกดก ดอกมีขนาดใหญ่และออกดอกได้ตลอดปี ใบ รูปรีแกมรูปขอบขนาน กว้าง 4-9 ซม. ยาว 10-22 ซม. ใบบาง เส้นแขนงใบ 12-20 คู่ ก้านใบยาว 2-4 ซม. โคนก้านใบป่อง ขอบใบเป็นคลื่นเล็กน้อย ดอกสีเหลืองส้ม ออกตามซอกใบ กาบหุ้มดอกสีเขียวอ่อน มี 1 แผ่น ดอกบานตั้งขึ้นและส่งกลิ่นหอมแรง กลีบดอกมี 12-15 กลีบ กลีบนอกรูปใบหอก ค่อนข้างกว้าง 1-1.5 ซม. ยาว 4-4.5 ซม. กลีบในแคบและสั้นกว่า ผล กลุ่ม เป็นช่อยาว ประกอบด้วยผลย่อย 8-40 ผล อยู่รอบแกน ผลย่อยค่อนข้างกลมหรือกลมรี เปลือกหนาแข็ง มีช่องอากาศเป็นจุดเล็กสีขาวอยู่ทั่วไป ผลแก่แห้งแตกแนวเดียว ขนาดผลย่อยกว้าง 1-1.5 ซม. ยาว 1.5-2 ซม. ผลอ่อนสีเขียวอ่อนหรือสีน้ำตาลอ่อนประจุดสีขาว เมล็ด มีเนื้อหุ้ม รูปเสี้ยววงกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง 0.5-1 ซม. เมล็ดอ่อนมีเนื้อหุ้มสีขาว เมล็ดแก่เนื้อหุ้มสีแดง ผลย่อยมี 1-6 เมล็ด ส่วนที่ใช้ : ดอก เปลือกต้น เปลือกราก ใบ กระพี้ เนื้อไม้ เมล็ด ราก น้ำมันกลั่นจากดอก สรรพคุณ : ใบ - แก้โรคเส้นประสาทพิการ แก้ป่วงของทารก ดอก - แก้วิงเวียนอ่อนเพลีย หน้ามืดตาลาย บำรุงหัวใจ กระจายโลหิต เปลือกต้น - ฝาดสมาน แก้ไข้ ทำให้เสมหะในลำคอเกิด เปลือกราก - เป็นยาถ่าย ทำให้ประจำเดือนมาปกติ รักษาโรคปวดตามข้อ กระพี้ - ถอนพิษผิดสำแดง เนื้อไม้ - บำรุงโลหิต ราก - ขับโลหิตสตรีที่อยู่ในเรือนไฟให้ตก น้ำมันกลั่นจากดอก - แก้ปวดศีรษะ แก้ตาบวม
บริเวณในโรงเรียน/แหล่งธรรมชาติ
ปะดู่ DMF-0022
ปะดู่
Pterocarpus macrocarpus Kurz
Leguminosae-Papilionoideae ไม้ยืนต้น
ลักษณะเด่น: ใบ: ใบประกอบขนนกชั้นเดียว ปลายใบคี่ ใบย่อยรูปไข่แกมรูปขอบขนาน ดอก: สีเหลือง ดอกขนาดเล็ก ออกเป็นช่อตามกิ่งหรือซอกใบ ส่งกลิ่นหอม ผล/ฝัก: ลักษณะเป็นฝักแบน กลมตรงกลางมีลักษณะนูน ประดู่เป็นไม้มงคลที่นิยมปลูกเพื่อความแข็งแรงและดอกที่สวยงาม
บริเวณในโรงเรียน/แหล่งธรรมชาติ
ชาฮกเกี้ยน DMF-0023
ชาฮกเกี้ยน
Carmona retusa (Vahl) Masam
BORAGINACEAE ไม้พุ่ม
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ลำต้น: ไม้พุ่มขนาดเล็ก สูงได้ถึง 1-2 เมตร แตกกิ่งก้านหนาแน่น ใบ: ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่กลับขนาดเล็ก ใบมีผิวสัมผัสหยาบ มันเงา ขอบใบหยัก ดอก: ดอกสีขาว ออกเป็นช่อหรือดอกเดี่ยวตามซอกใบ มี 5 กลีบ ผล: ผลขนาดเล็ก รูปร่างกลม เมื่อสุกมีสีเหลืองหรือแดง การใช้ประโยชน์ นิยมนำมาปลูกทำเป็นรั้วต้นไม้ ตัดแต่งทรงพุ่มเป็นไม้ประดับ นิยมนำมาทำเป็นบอนไซ
บริเวณในโรงเรียน/แหล่งธรรมชาติ
สะเดา DMF-0024
สะเดา
Azadirachta indica A. Juss. var. siamensis Valeton
Meliaceae ไม้ยืนต้น
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ต้น สูง 5-10 เมตร เปลือกต้นแตกเป็นร่องลึกตามยาว ยอดอ่อนสีน้ำตาลแดง ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนก ออกเรียงสลับรูปใบหอก กว้าง 3-4 ซม. ยาว 4-8 ซม. โคนใบมนไม่เท่ากัน ขอบใบจักเป็นฟันเลื่อย แผ่นใบเรียบ สีเขียวเป็นมัน ดอก ออกเป็นช่อที่ปลายกิ่งขณะแตกใบอ่อน ดอกสีขาวนวล กลีบเลี้ยงมี 5 แฉก โคนติดกัน กลีบดอกโคนติดกัน ปลายแยกเป็น 5 แฉก ผล รูปทรงรี ขนาด 0.8 - 1 ซม. ผิวเรียบ ผลอ่อนสีเขียว สุกเป็นสีเหลืองส้ม เมล็ดเดี่ยว รูปรี ส่วนที่ใช้ : ดอกช่อดอก ขนอ่อน ยอด เปลือก ก้านใบ กระพี้ ยาง แก่น ราก ใบ ผล ต้น เปลือกราก น้ำมันจากเมล็ด สรรพคุณ : ดอก ยอดอ่อน - แก้พิษโลหิต กำเดา แก้ริดสีดวงในลำคอ คันดุจมีตัวไต่อยู่ บำรุงธาตุ ขับลม ใช้เป็นอาหารผักได้ดี ผลอ่อน - ถ่ายพยาธิ แก้ริดสีดวง แก้ปัสสาวะพิการ เปลือกต้น - แก้ไข้ เจริญอาหาร แก้ท้องเดิน บิดมูกเลือด ก้านใบ - แก้ไข้ ทำยารักษาไข้มาลาเรีย กระพี้ - แก้ถุงน้ำดีอักเสบ ยาง - ดับพิษร้อน แก่น - แก้อาเจียน ขับเสมหะ ราก - แก้โรคผิวหนัง แก้เสมหะ ซึ่งเกาะแน่นอยู่ในทรวงอก ใบ,ผล - ใช้เป็นยาฆ่าแมลง บำรุงธาตุ ผล มีสารรสขม - ใช้เป็นยาถ่ายพยาธิ และยาระบาย แก้โรคหัวใจเดินผิดปกติ เปลือกราก - เป็นยาฝาดสมาน แก้ไข้ ทำให้อาเจียน แก้โรคผิวหนัง น้ำมันจากเมล็ด - ใช้รักษาโรคผิวหนัง และยาฆ่าแมลง
บริเวณในโรงเรียน/แหล่งธรรมชาติ
ไทร DMF-0025
ไทร
Ficus Benjamina L.
Moraceae ไม้ยืนต้น
ลักษณะ : ไม้สูง 5-10 เมตร มีรากอากาศ ใบเดี่ยว เรียงสลับ แผ่นใบรูปรีแกมรูปไข่ กว้าง 2.5-5 เซนติเมตร ยาว 5-11 เซนติเมตร ปลายเรียวแหลมโคนสอบ ดอก เล็ก เกิดภายในฐานรองดอก ผล รูปกลม เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 0.8 เซนติเมตร เมื่อสุกสีเหลือง นิเวศวิทยา : ถิ่นกำเนิดในอินเดียและภูมิภาคมาเลเซีย ออกดอก : กุมภาพันธ์ การขยายพันธุ์ : โดยเมล็ด ตอนกิ่ง หรือ ปักชำ ประโยชน์ : ปลูกประดับให้ร่มเงา ผล เป็นอาหารของนก
บริเวณในโรงเรียน/แหล่งธรรมชาติ
ลิ้นมังกร DMF-0026
ลิ้นมังกร
Sansevieria trifasciata Prain
ASPARAGACEAE ไม้ล้มลุกแตกกอ
4. ลักษณะเด่น : ไม้ล้มลุกแตกกอ สูงประมาณ 40–100 ซม. ใบเดี่ยวตั้งตรง รูปดาบ ปลายแหลม ผิวแข็ง ลวดลายบนใบเป็น เส้นแต้มคล้ายลายงู ทนแล้งได้ดี ใช้น้ำน้อย โตได้ในที่แสงครึ่งวันหรือใน ประโยชน์ที่น่าสนใจ 1. ฟอกอากาศในอาคาร มีรายงานว่าช่วยลดฟอร์มาลดีไฮด์และเบนซีนจากเฟอร์นิเจอร์และสีย้อมบางชนิด 2. งานภูมิสถาปัตย์ ใช้จัดแปลงริมอาคาร ริมทางเดิน และสวนแนวตั้ง 3. ภูมิปัญญาพื้นบ้าน (ใช้ภายนอก) ใบตำพอก ลดอักเสบ บรรเทาปวดเคล็ด (ควรทดสอบการแพ้ก่อน)
บริเวณในโรงเรียน/แหล่งธรรมชาติ
ปรง DMF-0027
ปรง
Cycas circinalis L.
CYCADACEAE ไม้ต้น
ไม้ต้น เปลือกสีน้ำตาล มีรอยแผลใบที่ลำต้น มีเหง้าใต้ดิน ใบเป็นใบประกอบ รูปยาว แคบ ปลายใบแหลม ดอกเพศผู้และเพศเมียแยกต้นกันอยู่ ดอกเพศผู้ออกเป็นช่อที่ปลายยอด มีสปอร์จำนวนมากเรียงรอบแกนกลาง ดอกเพศเมียออกเป็นกาบระหว่างใบ มีไข่อ่อนติดทั้ง 2 ข้าง ข้างละ 2-4 หน่วย เมล็ดกลมเมื่อแก่จัดสีแดงอมส้ม ประเทศไทยพบพืชสกุลปรง 5 ชนิดได้แก่ พืชสกุลปรง 5 ชนิดได้แก่ Cycas circinalis L ปรง C. micholitzii Dyer var. simplicipinna Smitin มะพร้าวเต่า C. pectinnata Thunb ปรงเขา C. rumphii Miq ปรงทะเล มะพร้าวเต่าทะเล ปากู C. siamensis Miq ปรงเหลี่ยม ปรงป่า ผักกูดบก ตาลปัตรฤาษี
บริเวณในโรงเรียน/แหล่งธรรมชาติ
ขี้เหล็ก DMF-0028
ขี้เหล็ก
Senna siamea (Lam.) Irwin & Barneby
Leguminosae - ceasalpinioideae ไม้ยืนต้น
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ยืนต้น สูง 10-15 เมตร แตกกิ่งก้านเป็นพุ่มแคบ เปลือกต้นสีน้ำตาล แตกเป็นร่องตื้นๆ ตามยาว ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนก ออกเรียงสลับ มีใบย่อย 13-19 ใบ รูปรี กว้าง 1.5 ซม. ยาว 4 ซม. ปลายใบเว้าตื้นๆ โคนใบมน ขอบใบเรียบ แผ่นใบเรียบ สีเขียว ก้านใบร่วมสีน้ำตาลแดง ดอก ออกเป็นช่อแบบช่อแยกแขนงที่ปลายกิ่ง ดอกสีเหลือง กลีบเลี้ยงกลม มี 3- 4 กลีบ ปลายมน กลีบดอกมี 5 กลีบ ปลายมน โคนเรียว หลุดร่วงง่าย ก้านดอกยาว 1-1.5 ซม. เกสรเพศผู้มีหลายอัน ผล เป็นฝักแบนยาว กว้าง 1.3 ซม. ยาว 15-23 ซม. หนา สีน้ำตาล เมล็ดมีหลายเมล็ด ส่วนที่ใช้ : ดอก ราก ลำต้นและกิ่ง ทั้งต้น เปลือกต้น แก่น ใบ ฝัก เปลือกฝัก ใบแก่ สรรพคุณ : ดอก - รักษาโรคเส้นประสาท นอนไม่หลับ ทำให้หลับสบาย - รักษาหืด รักษาโรคโลหิตพิการ ผายธาตุ - รักษารังแค ขับพยาธิ ราก - รักษาไข้ รักษาโรคเหน็บขา ทาแก้เส้นอัมพฤกษ์ให้หย่อน แก้ฟกช้ำ แก้ไข้บำรุงธาตุ ไข้ผิดสำแดง ลำต้นและกิ่ง - เป็นยาระบาย รักษาโรคผิวหนัง แก้โรคกระษัย แก้นิ่ว ขับปัสสาวะ ขับระดูขา ทั้งต้น - แก้กระษัย ดับพิษไข้ แก้พิษเสมหะ รักษาโรคหนองใน รักษาอาการตัวเหลือง เป็นยาระบาย บำรุงน้ำดี ทำให้เส้นเอ็นหย่อน เปลือกต้น - รักษาโรคริดสีดวงทวาร โรคหิด แก้กระษัย ใช้เป็นยาระบาย แก่น - รักษาโรคเบาหวาน รักษาโรคหนองใน ใช้เป็นยาระบาย - รักษาวัณโรค รักษามะเร็งปอด ปอดอักเสบ มะเร็งลำไส้ มะเร็งกระเพาะอาหาร ใบ - รักษาโรคบิด โรคเบาหวาน แก้ร้อนใน รักษาฝีมะม่วง - รักษาโรคเหน็บชา ลดความดันโลหิตสูง ขับพยาธิ เป็นยาระบาย - รักษาอาการนอนไม่หลับ ฝัก - แก้พิษไข้เพื่อน้ำดี พิษไข้เพื่อเสมหะ แก้ลมขึ้นเบื้องสูง เบื้องบน โลหิตขึ้นเบื้องบน ทำให้ระส่ำระสายในท้อง เปลือกฝัก - แก้เส้นเอ็นพิการ ใบแก่ - ใช้ทำปุ๋ยหมัก
บริเวณในโรงเรียน/แหล่งธรรมชาติ
หว้า DMF-0029
หว้า
Syzygium cumini (L.) Skeels
MYRTACEAE ไม้ยืนต้น
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ลักษณะทั่วไป ไม้ต้น เนื้อแข็ง ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ อาจสูงได้ถึง 30 เมตร ไม่ผลัดใบ เรือนยอดโปร่ง เปลือกนอกสีเทาปนน้ำตาล ขรุขระ หรือแตกเป็นสะเก็ดเล็กน้อย เปลือกในสีน้ำตาลแดง ลักษณะใบ ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปรีหรือรูปขอบขนาน กว้าง 4 – 7 เซนติเมตร ยาว 9 – 14 เซนติเมตร โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ ปลายใบแหลมเรียว แผ่นใบหนา ด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน ด้านล่างสีอ่อนกว่า ผิวเกลี้ยงเส้นกลางใบนูนเห็นชัด เส้นแขนงใบไม่ชัดเจน มีจุดน้ำมันบริเวณขอบใบ ลักษณะดอก ช่อแยกแขนง ออกตามกิ่ง ดอกสีขาว หรือสีเหลืองอ่อน ฐานรองดอกรูปถ้วย ไม่มีกลีบเลี้ยงและกลีบดอก โดยจะมีเยื่อหุ้มบางๆ หุ้มดอกยังตูมไว้ เมื่อดอกเจริญเต็มที่ เยื่อบางๆ นี้จะหลุดไป เกสรเพศผู้จำนวนมากติดอยู่รอบขอบของฐานรองดอก เกสรเพศเมีย 1 อันฝังอยู่ตรงกลาง ลักษณะผล ผลมีเนื้อเมล็ดเดียว รูปไข่ กว้าง 1 – 1.5 เซนติเมตร ยาว 1.5 – 2 เซนติเมตร เนื้อนุ่ม เมื่อสุกมีสีม่วงแดงถึงดำ ระยะการออกดอกติดผล ออกดอกเดือนมีนาคม – เดือนเมษายน ติดผลเดือนมิถุนายน – เดือนกรกฎาคม เขตการกระจายพันธุ์ มีถิ่นกำเนิดมาจากเชียเขตร้อน (ประเทศอินเดีย – มาเลเซีย) พบตามพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ ป่าดิบ และป่าผลัดใบทั่วไป การใช้ประโยชน์ เนื้อไม้: ใช้ทำสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ในร่ม เปลือก: ต้มน้ำดื่มแก้ท้องร่วง อมแก้ปากเปื่อย ใบ: ยอดอ่อนรับประทานเป็นผักสด ผล: ผลดิบแก้ท้องเสีย ผลสุกใช้ทำเครื่องดื่ม หรือรับประทานสด เมล็ด: ลดน้ำตาลในเลือด แก้ท้องเสีย ถอนพิษจากเมล็ดแสลงใจ แหล่งข้อมูล: สำนักงานหอพรรณไม้ – กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช
บริเวณในโรงเรียน/แหล่งธรรมชาติ
กล้วยน้ำหว้า DMF-0030
กล้วยน้ำหว้า
Musa ABB cv. Kluai 'Namwa'
Musaceae ไม้ล้มลุกแตกกอ
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์: ไม้ล้มลุก สูงประมาณ 3.5 เมตร ลำต้นสั้นอยู่ใต้ดิน กาบเรียงเวียนซ้อนกัน เป็นลำต้นเทียม สีเขียวอ่อน ใบ เป็นใบเดี่ยวขนาด ใหญ่ ออกเรียงสลับ รูปขอบขนาน กว้าง 25-40 ซม. ยาว 1-2 เมตร ปลายใบมน ขอบใบเรียบ แผ่นใบ เรียบ สีเขียว ด้านล่างมีนวลสีขาว เส้นใบขนานกันใน แนวขวาง ก้านใบเป็นร่องแคบ ดอก ออกเป็นช่อที่ ปลายยอดห้อยลง เรียกว่า หัวปลี มีใบประดับขนาด ใหญ่หุ้มสีแดงเข้ม เมื่อบานจะม้วนงอขึ้น ด้านนอกมี นวล ด้านในเกลี้ยง ผล รูปรี ยาว 11-13 ซม. ผิว เรียบ ปลายเป็นจุก เนื้อในมีสีขาว พอสุกเปลือกผล เป็นสีเหลือง เนื้อมีรสหวาน รับประทานได้ หวีหนึ่งมี 10-16 ผล บางครั้งมีเมล็ด เมล็ดกลม สีดำ ส่วนที่ใช้: หัวปลี เนื้อกล้วยน้ำว้าดิบ หรือห่าม กล้วย น้ำว้าสุกงอม ราก ต้น ใบ ยางจากใบ สรรพคุณ : 1. ราก – แก้ขัดเบา 2. ต้น - ห้ามเลือด แก้โรคไส้เลื่อน 3. ใบ - รักษาแผลสุนัขกัด ห้ามเลือด 4. ยางจากใบ - ห้ามเลือด สมานแผล 5. ผล - รักษาโรคกระเพาะ แก้ท้องเสีย ยาอายุวัฒนะ แก้โรคบิด รักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก แก้ริดสีดวง
บริเวณในโรงเรียน/แหล่งธรรมชาติ
📋 แสดง 21–30 จาก 30 รายการ